กู้เงินด่วน 30 นาที เงินด่วนออนไลน์ใช้บัตรประชาชนใบเดีย 24 ชั่วโมง

บัตรเอทีเอ็ม

เลือกจำนวนและระยะเวลาของเงินกู้

บาท
เดือน
วิธีการรับ
สมัครกู้เงิน

บัตรเครดิตสองสกุลเงินยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 50000 - 150000 บาท
รายได้ต่อเดือน 9000+
อัตราต่อปี จาก 14% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-60 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรเครดิต uob วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 10000 - 400000 บาท
รายได้ต่อเดือน 8000+
อัตราต่อปี จาก 18% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-48 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรเครดิต ธนชาต วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 20000 - 400000 บาท
รายได้ต่อเดือน 10000+
อัตราต่อปี จาก 18% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-60 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรเครดิต krungsri วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 10000 - 1000000 บาท
รายได้ต่อเดือน 8000+
อัตราต่อปี จาก 10% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-60 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรเครดิต scb m วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 5000 -1000000 บาท
รายได้ต่อเดือน 12000+
อัตราต่อปี จาก 12% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-84 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตร central the 1 วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 5000 - 200000 บาท
รายได้ต่อเดือน 10000+
อัตราต่อปี จาก 20% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-24 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรกดเงินสด ไทยพาณิชย์ วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 5000 - 800000 บาท
รายได้ต่อเดือน 10000+
อัตราต่อปี จาก 16% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-72 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรกดเงินสด กรุงไทย วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 10000 - 500000 บาท
รายได้ต่อเดือน 9000+
อัตราต่อปี จาก 15% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-60 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรกดเงินสด ซีไอเอ็มบี วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 25000 - 200000 บาท
รายได้ต่อเดือน 15000+
อัตราต่อปี จาก 20% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-36 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี
บัตรกดเงินสด ยูโอบี วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 20000 - 350000 บาท
รายได้ต่อเดือน 8000+
อัตราต่อปี จาก 18% ต่อปี
ระยะเวลายืมเงิน 1-48 เดือน
อายุของผู้กู้ 20-60 ปี

รวมเรื่องต้องรู้ ของการเปลี่ยน “บัตรเอทีเอ็มรูปแบบใหม่”

บัตรเอทีเอ็มนี่นับว่าเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้ชีวิตคนเราสะดวกสบายขึ้นอย่างมากจริงๆ ไม่ว่าจะกดเงิน ฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน ก็ทำได้ที่บัตรใบเดียวจบ จึงไม่แปลกที่คนไทยเกือบทุกคนมีบัตรเอทีเอ็มของตัวเอง เพียงแต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ตอนนี้บัตรเอทีเอ็มในประเทศไทย มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน คือ แบบแถบแม่เหล็ก และแบบชิปการ์ด

ซึ่งถ้าใครยังใช้บัตร atm แบบแม่เหล็กอยู่ตอนนี้จะใช้งานไม่ได้แล้ว รัฐบาลกำหนดให้ใช้แบบชิปการ์ดกันหมด โดยวันนี้เราจะพาไปดูข้อมูลเจาะลึกของเรื่องนี้กันว่า ทำไมต้องเปลี่ยน ดียังไง และสังเกตยังไงว่าเราเป็นบัตรใหม่รึยัง

 

  1. ทำไมต้องเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็ม เป็นชิปการ์ด

ตรงนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่าการใช้งานบัตรเอทีเอ็มชิปการ์ดจะเพิ่มความปลอดภัยได้มากกว่า เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ สามารถป้องกันการถูกมิจฉาชีพโจรกรรมข้อมูลไปทำบัตรปลอมได้

 

  1. สังเกตยังไงว่าบัตรเราเก่าหรือใหม่

วิธีดูง่ายๆ ว่าบัตรเราเป็นแบบแถบแม่เหล็ก หรือชิปการ์ด ให้ดูง่ายๆ ที่ด้านหน้าของบัตร ถ้ามีชิปสี่เหลี่ยมเล็กๆ อยู่แสดงว่าเป็นบัตรแบบชิปการ์ดแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนอีก ถือว่าทันสมัยและปลอดภัยที่สุด ณ ปัจจุบัน แต่บัตรใครไม่มีชิปการ์ดสี่เหลี่ยมก็ให้ไปเปลี่ยนทันที

 

  1. อยากเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มเป็นแบบใหม่ต้องใช้อะไรบ้าง

เจ้าของบัตรแบบแถบแม่เหล็กต้องเอาบัตรประชาชน บัตรเอทีเอ็มเดิม และสมุดบัญชีธนาคารไปขอเปลี่ยนที่สาขาของธนาคารที่เราใช้บริการได้เลย ไม่ต้องไปที่สาขาที่ออกบัตรก็ได้

 

  1. ต้องเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มเป็นชิปการ์ดตอนไหน

จริงๆ แล้วเค้าออกกฎมานานแล้ว และให้เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็ก ให้เป็นชิปการ์ด ภายในวันที่ 15 มกราคม 2563 ซึ่งถ้าเลยกว่านั้นบัตรแบบแถบแม่เหล็กจะใช้งานไม่ได้ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ใช้งานไม่ได้แล้วนั่นเอง ดังนั้นใครที่กดเงินจากตู้ไม่ได้ ใช้งานบัตรไม่ได้ก็ไม่ต้องสงสัย แค่ติดต่อที่ธนาคารเพื่อทำการเปลี่ยนบัตรเท่านั้นก็พอ

 

แต่สุดท้ายแล้วหากคุณยังไม่สะดวกเปลี่ยนบัตร เอทีเอ็ม ให้เป็นแบบชิปการ์ดในปี 2020 หรือ 2563 นี้ก็ยังสามารถเบิกถอนเงินสดที่ธนาคารแทนได้ ซึ่งก็อาจจะไม่สะดวกสบายเท่าไหร่แต่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก หรือ ใช้ฟังก์ชั่นกดเงินผ่านแอปธนาคารโดยไม่ใช้บัตรก็ได้เช่นกัน